ระดับเริ่มต้น 10 นาที Updated May 19, 2026

พื้นฐานการแบ่งกลุ่ม: เจาะกลุ่มลูกค้า Shopify ที่ใช่

ใช้ข้อมูล Shopify ที่ซิงค์ผ่าน Tajo เพื่อสร้างกลุ่มเป้าหมายใน Brevo ตามพฤติกรรมการซื้อ มูลค่า และการมีส่วนร่วม เพื่อให้ทุกแคมเปญส่งถึงกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้อง

หยุดส่งอีเมลข้อความเดียวกันให้ทุกคน สร้างกลุ่มเป้าหมายที่มีมูลค่าสูงไม่กี่กลุ่มจากข้อมูล Shopify ที่ซิงค์ไว้ แล้วคุณจะเห็นการมีส่วนร่วมและรายได้ต่อการส่งเพิ่มขึ้น

ตรวจสอบด่วน คุณต้องมีร้าน Shopify ที่เชื่อมต่อและซิงค์ข้อมูลไปยัง Brevo ผ่าน Tajo อยู่อย่างต่อเนื่อง ยืนยันใน Tajo > Sync Status ว่าข้อมูลลูกค้าและคำสั่งซื้อเป็นข้อมูลล่าสุดก่อนสร้างกลุ่ม มิฉะนั้นเงื่อนไขจะใช้ข้อมูลที่ล้าสมัย

ทำไมการแบ่งกลุ่มจึงสำคัญกับการคิดราคาของ Brevo

Brevo คิดค่าบริการตามจำนวนอีเมลหรือข้อความที่ส่ง ไม่ใช่ตามจำนวนผู้ติดต่อที่จัดเก็บ การส่งข้อเสนอที่ตรงประเด็นไปยังกลุ่มเป้าหมาย 2,000 คน มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่ามากและให้ผลลัพธ์การแปลงที่ดีกว่าการส่งกระจายไปยังผู้ติดต่อ 40,000 คน กลุ่มที่กระชับช่วยปกป้องทั้งงบประมาณและชื่อเสียงของผู้ส่ง

ฟิลด์ข้อมูลที่ Tajo ซิงค์ให้คุณนำไปแบ่งกลุ่มได้

Tajo ส่งข้อมูลจาก Shopify เข้าสู่ Brevo ในรูปของแอตทริบิวต์ผู้ติดต่อและอีเวนต์ ฟิลด์ที่พบบ่อย:

แอตทริบิวต์ตัวอย่างการใช้งาน
LAST_ORDER_DATEค้นหาลูกค้าที่ห่างหายไป
TOTAL_ORDERSระบุลูกค้าที่ซื้อซ้ำ
TOTAL_SPENTสร้างกลุ่มลูกค้า VIP
LAST_PRODUCT_PURCHASEDขายต่อยอดสินค้าที่เกี่ยวข้อง
STORE_ID / STORE_NAMEแยกกลุ่มเป้าหมายในการตั้งค่าหลายร้าน
ความยินยอมทางการตลาดเคารพสถานะการเลือกรับอีเมลและ SMS

ขั้นตอนที่ 1: เปิดเครื่องมือสร้างกลุ่ม

  1. ที่ Brevo > Contacts > Segments คลิก Create a segment
  2. เลือกรายชื่อที่ซิงค์มาจาก Shopify โดย Tajo
  3. เพิ่มเงื่อนไขหนึ่งข้อหรือมากกว่าโดยใช้แอตทริบิวต์ข้างต้น

ขั้นตอนที่ 2: สร้างกลุ่มเริ่มต้น 5 กลุ่ม

ห้ากลุ่มนี้ครอบคลุมร้านค้าส่วนใหญ่ สร้างหนึ่งครั้งแล้วใช้ซ้ำได้

กลุ่มเงื่อนไข
ผู้สมัครสมาชิกใหม่TOTAL_ORDERS เท่ากับ 0 และให้ความยินยอม
ผู้ซื้อครั้งแรกTOTAL_ORDERS เท่ากับ 1
ลูกค้าซื้อซ้ำTOTAL_ORDERS ตั้งแต่ 2 ขึ้นไป
VIPTOTAL_SPENT สูงกว่าเกณฑ์ 10 เปอร์เซ็นต์บนสุดของคุณ
ห่างหายLAST_ORDER_DATE เกิน 90 วันที่ผ่านมา

ขั้นตอนที่ 3: รวมเงื่อนไขด้วย AND / OR

  • ใช้ AND เพื่อจำกัดให้แคบลง (เช่น VIP และ ห่างหาย = ลูกค้ามูลค่าสูงที่ต้องดึงกลับ)
  • ใช้ OR เพื่อขยายให้กว้างขึ้น (เช่น ซื้อสินค้า A หรือ สินค้า B)

เริ่มจากแคบก่อน กลุ่มที่แม่นยำ 500 คน มักให้ผลลัพธ์ดีกว่ากลุ่มหลวมๆ 5,000 คน

เคล็ดลับ ใส่เงื่อนไขความยินยอมทางการตลาดในทุกกลุ่มสำหรับโปรโมชั่นเสมอ ผู้ติดต่อที่ซิงค์จาก Shopify ไม่ได้สมัครรับข้อมูลทางการตลาดโดยอัตโนมัติเพียงเพราะเขาสั่งซื้อสินค้า

ขั้นตอนที่ 4: บันทึกกลุ่มแบบ Static หรือ Dynamic

  • กลุ่ม Dynamic: ถูกประเมินใหม่ทุกครั้งที่คุณส่ง จึงสะท้อนข้อมูลที่ซิงค์ปัจจุบันเสมอ ใช้สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่อิงพฤติกรรม
  • รายการ Static: เป็นสแนปช็อตที่หยุดนิ่ง ใช้เฉพาะการส่งออกครั้งเดียวหรือกลุ่มคงที่เท่านั้น

สำหรับการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย Shopify ให้เลือกใช้กลุ่ม Dynamic เพื่อให้คำสั่งซื้อใหม่ที่ Tajo ซิงค์ย้ายผู้ติดต่อเข้าและออกโดยอัตโนมัติ

ขั้นตอนที่ 5: นำกลุ่มไปใช้งานจริง

  • ส่งกลุ่ม VIP ให้ได้สิทธิ์เข้าถึงก่อนใครและรางวัลที่สูงกว่า จับคู่กับโปรแกรมสมาชิกของคุณ
  • ส่งกลุ่ม ห่างหาย ข้อเสนอเพื่อดึงกลับ ดูที่ดึงลูกค้าที่ห่างหายกลับมา
  • ยกเว้น ผู้ซื้อล่าสุด ออกจากแคมเปญหาลูกค้าใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการโปรโมตสิ่งที่เขาเพิ่งซื้อไป

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ส่งให้รายชื่อทั้งหมดแทนที่จะส่งให้กลุ่มเฉพาะ ทำให้กระทบความสามารถในการส่งและสิ้นเปลืองโควต้าการส่ง
  • ลืมใส่เงื่อนไขความยินยอม
  • สร้างกลุ่ม Static สำหรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงทุกวัน
  • แบ่งกลุ่มย่อยมากเกินไปจนกลุ่มเป้าหมายเล็กเกินกว่าจะมีนัยสำคัญทางสถิติ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ขอความช่วยเหลือ

  • แชทสด: ใช้งานได้ในแดชบอร์ด Tajo (มุมขวาล่าง)
  • การสนับสนุนทางอีเมล: [email protected]
  • เอกสารประกอบ: docs.tajo.io